หลายคนอาจจะยังไม่เชื่อถือว่าโลกอินเทอร์เน็ตจะสามารถทำให้การเรียนของลูก หลานตนเองพัฒนาไปจนได้รับปริญญาบัตร และนำไปใช้เป็นเครื่องยืนยันความสามารถของตนเองเพื่อประกอบอาชีพในอนาคตได้ เหมือนอย่างการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องได้รับการการันตีจากโรงเรียนชื่อดังหรือมหาวิทยาลัยยอดนิยมทั้งหลาย
แต่จากการแสดงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของ บิล เกตส์ บนเวทีงาน Techonomy เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา บิล เกตส์ ได้ประกาศดังๆ ให้โลกใบนี้ได้รับรู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่า 'อินเทอร์เน็ตจะเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ของประชากรโลกในอีก 5 ปีนับจากนี้ ไม่ใช่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา'
โลกการศึกษาในอีก 5 ปีนับจากนี้ นักเรียนนักศึกษาจะสามารถค้นหาเลกเชอร์ที่ดีที่สุดในโลกได้อย่างอิสระบนเว็บ ไซต์ต่างๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้ถือได้ว่าดีกว่าการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดีๆ เพียงแห่งเดียว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเรียนของเด็กยุคใหม่ในอีก 5 ปีจะไปอยู่บนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านการเรียนระดับมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายที่ สูงขึ้นมาก อย่างในสหรัฐอเมริกาค่าใช้จ่ายในการเรียนมหาวิทยาลัยเฉลี่ยสูงถึง 200,000 เหรียญต่อ 4 ปี อีกปัจจัยหนึ่งคือข้อจำกัดของตำราเรียนในสถานศึกษาต่างๆ แต่บนโลกอินเทอร์เน็ตนักศึกษาจะสามารถเข้าถึงตำราเรียนได้อย่างทั่วถึงยิ่ง ขึ้น
ทั้งนี้ การศึกษาผ่านเว็บไซต์ในอนาคตจะมีการให้เครดิตหรือใบประกาศที่สามารถนำไปอ้าง อิงเพื่อการประกอบอาชีพได้ ที่สำคัญมันช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถรองรับการเรียนแบบไร้ขีดจำกัด และขณะนี้สถาบันการศึกษาจำนวนมากต่างมีสื่อการสอนออนไลน์ที่เปิดกว้างให้นัก ศึกษาสามารถเข้าถึงได้จากออนไลน์อยู่แล้ว
ขณะนี้รูปแบบการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต แนวคิดเดียวกับบิล เกตส์ เกิดขึ้นแล้วในชื่อ 'The Open University' เปิดให้บริการในบางกลุ่มประเทศและเปิดกว้างให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ที่บ้าน และรับใบประกาศได้ในราคาประหยัด
และอย่าง นิโคลัส เนโกรพอนเต ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ 1 แล็ปทอปเพื่อเด็ก 1 คน หรือ One Laptop Per Child ได้ยกตัวอย่างเยาวชนในอัฟกานิสถาน ว่าเยาวชนมากกว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้ไปโรงเรียน กว่า 75% เป็นเด็กหญิง อย่างไรก็ตาม การสำรวจยังพบว่าครูอัฟกานิสถานราว 1 ใน 4 เป็นคนไม่รู้หนังสือ โดยอีกส่วนเป็นครูที่จบการศึกษาในระดับที่เหนือกว่านักเรียนเพียง 1 ระดับเท่านั้น
จุดนี้เอง เนโกรพอนเต มองว่าเยาวชนจะสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในประเทศได้ ที่สำคัญเยาวชนเหล่านั้นยังสามารถสอนให้ผู้ปกครองอ่านและเขียนภาษาบนโน้ต บุ๊กได้ด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ Manager online