หน้าหลัก TSN
เมนูลัด
PARENTS
บทความทั้งหมด
สำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครอง
แบ่งปันประสบการณ์/เล่าสู่กันฟัง
KIDS
นิทานสำหรับเด็ก
นิทานหนูเขียนเอง
เรื่องน่ารู้สำหรับเด็ก
TEACHERS
บทความสำหรับครู
คุณครูแบ่งปันประสบการณ์
ด้านมืดสังคมออนไลน์ ภัยร้ายยากแท้หยั่งถึง
อัพเดตภาพกิจกรรมใหม่ๆ ของมูลนิธิฯ ที่เมนูกิจกรรม อัพเดตคู่มือ สื่อประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิที่เมนูดาวน์โหลด


ด้านมืดสังคมออนไลน์ ภัยร้ายยากแท้หยั่งถึง

  

ยิ่งพลังในการใช้งานมากเท่าใด ความน่ากลัวจากการใช้ผิดวิธีก็มากตาม ผู้ใช้งานจำเป็นต้องรู้ทัน และเข้าใจให้ลึกซึ้ง ก่อนจะตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัว...

หลังจากที่ผ่านมากระแสการใช้ สังคมออนไลน์ หรือ Social Networking ในประเทศไทย ถูกจุดพลุทำให้เป็นที่รู้จักจนโด่งดัง ลูกเด็กเล็กแดง ผู้ใหญ่ สตรี และคนชรา บางคนต่างมีเว็บล็อก หรือเว็บไซต์ ไฮไฟว์ (www.hi5.com) ใช้งานเพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัว ในการแสดงความเป็นตัวตน ควบคู่ไปกับการหาเพื่อนใหม่ๆ และค้นหาเพื่อนเก่าๆ บนอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันเมื่อเว็บไซต์ใหม่ๆ อาทิ เฟซบุ๊ค (www.facebook.com) หรือ ทวิตเตอร์ (www.twitter.com) ที่ทำให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินไปกับแอพลิเคชัน ปลั๊กอินเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่นๆ อาทิ ฟลิกเกอร์ (www.flickr.com) จึงทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานได้ง่าย จึงมักถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวแบบไม่รู้ตัว

นอกจากการนำไปใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแล้ว เครือข่ายสังคมออนไลน์ ยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ในการสื่อสารเข้าถึงตัวบุคคลของนักการเมือง ดารา นัดร้อง นักการตลาด และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เพื่อสร้างความรับรู้ และทำให้คนเกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์นั้นๆ เห็นได้จากการที่บุคคลสำคัญ หรือคนที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือระดับประเทศ มีไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์ ในการให้แฟนคลับ และคนทั่วไปได้ติดตาม แต่ก็อาจนำมาซึ่งผู้ไม่หวังดี และประสงค์จะทำลาย หรือ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์เหล่านี้ ได้รับความอับอาย เสื่อมเสีย ขาดความน่าเชื่อถือได้ เช่น การโพสรูปประจาน เสนอข่าวลวงให้ร้าย การด่าผ่านหน้าเว็บ เป็นต้น

นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรรายการไอที “แบไต๋ไฮเทค” และผู้ใช้ทวิตเตอร์แนวหน้าของเมืองไทย อธิบายว่า เนื่องจากเครือข่ายออนไลน์ต่างสร้างขึ้นมา เพื่อส่งเสริมให้คนได้แสดงความเป็นตัวตน หรือมีพื้นที่ส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต กลุ่มผู้ใช้งานที่ ขณะนี้ไม่ได้มีแค่วัยรุ่น แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบความทันสมัย จึงไปตอบโจทย์ความต้องการเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่ง่าย และทำได้รวดเร็ว นั่นจึงทำให้เว็บไซต์เฟซบุ๊ค ไฮไฟว์ หรือ ทวิตเตอร์ ได้รับความนิยมมาก ในช่วงระยะเวลาไม่นาน แต่ประเด็นที่ต้องห่วงกันเป็นพิเศษ คือ ผู้ใช้งานอาจ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว อาทิ อีเมล์ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ อันเป็นข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย

พิธีกรรายการไอทีชื่อดัง อธิบายต่อว่า ที่ผ่านมาบางคนอาจจะคิดว่าใส่เบอร์โทรศัพท์ หรือเบอร์มือถือเข้าไปในระบบตอยที่สมัคร คงจะไม่เป็นไร แต่ความจริงข้อมูลเหล่านี้ แฮกเกอร์สามารถดึงออกมาในเวลาสั้นๆ โดยในสหภาพยุโรปมีกฎหมายที่ระบุให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์คัดกรองผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวในการสมัคร แต่สำหรับประเทศไทย อีกทั้งภาครัฐเองไม่ได้มีมาตรการณ์ที่ชัดเจน ในการกำกับดูแลการให้บริการคอนเทนท์ เหมือนกับที่พบได้ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามการเล่นสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ ผู้ใช้งานต้องจริงใจเขียน และต้องระมัดระวังการใส่ข้อมูลส่วนบุคคล

ด้าน นายปรเมศวร์ มินสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์กระปุกดอทคอม อธิบายถึงด้านมืดของสังคมออนไลน์ว่า ขณะนี้ ปัญหาด้านมืดจากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่น่าจับตา คือ การโพสคอนเทนท์ที่ไม่เหมาะสม เช่นภาพแอบถ่าย ภาพลามกอนาจาร ที่นอกจากจะวนเวียนอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังกระจายไปได้รวดเร็วผ่ายเว็บไซต์ดังๆ คือ เฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ โดยเรื่องที่ต้องตระหนัก คือ การกล่าวเท็จบนอินเทอร์เน็ต (False Accusation) ที่ถือว่าเป็นปัญหาระดับโลก แม้แต่เว็บไซต์ดังๆ เช่น กูเกิ้ล ยังประสบปัญหานี้

เจ้าของเว็บไซต์กระปุกดอทคอม อธิบายเสริมว่า การกล่าวให้ร้าย ใส่ความเท็จแก่ผู้อื่นในบางครั้งเป็นปัญหาของผู้ดูแลเว็บ ในการบออกจากระบบ เพราะหากลบออกไปก็จะถูกแย้งว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ถ้าไม่ลบก็อาจถูกฟ้องร้อง แล้วกว่าเรื่องราวจะไปถึงชั้นศาล ให้ศาลมีคำสั่งเนื้อหาเหล่านั้นก็กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตหมด โดยการกล่าวหามักจะเป็นเรื่อง ผู้เสียหายถูกกล่าวหาว่าไปลวนลามทางเพศเด็ก หรือ ไปมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก เป็นต้น

นายปรเมศวร์ อธิบายอีกว่า ที่กล่าวไปนั้นถือเป็นเรื่องน่ากลัว หลายๆ ครั้งการโพสข้อความเหล่านี้เป็นการทำลายกัน ด้วยการใช้สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือ เรียกได้ว่านี่เป็นการนำเอาด้านมืดของสังคมออนไลน์มาใช้อย่างจริงจัง โดยในบางครั้งมีผู้ไม่หวังดีนำเอาข้อมูลที่เป็นเท็จ ไปผสมรวมกับข้อมูลจริงของเหยื่อที่ได้ไปค้นหามา ทำให้ผู้อ่านเข้าใจคิดว่าเรื่องที่เขียนขึ้นนั้นเป็นความจริง มักจะพบได้บ่อยทั้งในระดับตัวบุคคล ไปจนถึงระดับองค์กร เพื่อสร้างเรื่องลดความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย

“อีกเรื่องที่ต้องดูแล คือ การใช้โลกไซเบอร์เพื่อการข่มเหงรังแก (Cyber Bullying) มักจะพบว่าปัญหานี้เกิดกับเด็ก และผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ ด้วยการนำเอาภาพไม่ดี แอบถ่าย หรือนำวิดีโอคลิปไปโพสบนอินเทอร์เน็ต เพื่อหวังข่มขู่เหยื่อ หรือจะเป็นการส่งข้อความ หรือ เอสเอ็มเอสในข้อความซ้ำกันเป็นเวลานาน เช่น เคยมีกรณีในต่างประเทศ มีการส่งข้อความ “อีอ้วน” ไปติดต่อกันนานๆ ให้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่สุดท้ายเด็กผู้หญิงที่รับข้อความก็จะกลายเป็นคนซึมเศร้า แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่กล้าบอกใคร สุดท้ายก็จบปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย” เจ้าของเว็บไซต์กระปุกดอทคอม กล่าว


ส่วน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาด ดอท คอม จำกัด และผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์มืออาชีพ อธิบายว่า สำหรับด้านมืดของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ในมุมของการใช้งานเชิงธุรกิจ จริงแล้วคือการนำเอาข้อมูลส่วนตัวมาใช้ แต่ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน แต่เอาไปใช้ทางการค้า เพราะขณะนี้ในวงการธุรกิจตื่นเต้นกับการนำเอาสื่ออนไลน์มาใช้ เมื่อคนนำเครือข่ายออนไลน์มาใช้ในทางไม่ดี นั่นเพราะผู้ที่ใช้งานขาดความรู้ และไม่มีการป้องกันข้อมูลส่วนตัว ทำให้ถูกแอบอ้างบนโลกอินเทอร์เน็ต เช่น ร้านกาแฟสตาร์บัคส์บนเฟซบุ๊ค ไม่ใช่เฟซบุ๊คของบริษัทสตาร์บัคส์จริงๆ แต่เป็นคนที่อาจจะชอบกาแฟมากทำขึ้นมา

กก.ผจก.ปัญหาจึงเกิดขึ้นมา เพราะต้องมีการมาพิสูจน์ว่าใครเป็นตัวจริง ใครเป็นคนแอบอ้าง ที่ต้องมาใช้กระบวนการในการพิสูจน์ตัวตน ต้องมีการตรวจสอบการลงทะเบียน แต่ส่วนมากตัวจริงจะมีการแจ้งให้ผู้อื่นทราบอยู่แล้วว่า ตัวเองเป็นตัวจริง แต่เรื่องนี้ตราบใดที่ตัวปลอมไม่ได้ไปทำเรื่องไม่ดี เจ้าของหรือตัวจริงมักจะปล่อยผ่าน แต่ถ้าสร้างปัญหาอาจจะถูกมาตรการคว่ำบาตรจากคนออนไลน์ เหมือนที่เกิดกับกรณีบล็อกโหวต Mr.Twitter Asia ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัญหาการที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์ ไม่ได้มีความรู้จริง หรือรู้ลึกพอที่จะใช้ในเชิงธุรกิจ เป็นเหตุให้เว็บไซต์ที่คิดว่าจะสร้างแบรนด์ กลับถูกถล่มย่อยยับ หรือ ไม่สามารถจัดการดูแลได้ ก็ถูกคู่แข่งใช้อำนาจมืดมาถล่มจนเสียหาย เป็นต้น

นี้เป็นเพียงตัวอย่างของพลังดเนมืดของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่หากมีผู้นำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาจสร้างความเสียหายได้ตั้งแต่ระดับบุคคล ไปจนถึงองค์กรธุรกิจ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องรู้ และรีบทำความเข้าใจ เพื่อศึกษาการใช้งานให้ลึกซึ้ง เพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นการพาตัวเราเข้าไปสู่โลกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ไม่อาจรู้ได้ว่าใครประสงค์ดี หรือประสงค์ร้าย การใช้งานจึงควรระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว ขณะที่ตัวผู้ดูแลเว็บไซต์จะต้องตระหนักถึงการใช้พลังจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ ยิ่งมีพลานุภาพมากเท่าใด ความรับผิดชอบของผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องมากขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้นในวันที่ 15 ส.ค.2552 สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย จะจัดงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ "ด้านมืดของ Social Media จากมุมมองของคนทำเว็บ" ระหว่างเวลา 13.00-17.00 น.ที่ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารกสิกรไทย จามจุรีสแควร์ ชั้น 2 โดยเนื้อหาที่พูดคุยในงานจะถูกเรียบเรียงเป็นส่วนหนึ่ง ในโครงการจัดทำชุดการ เรียนรู้เพื่อคุ้มครองผู้ใช้อินเทอร์เน็ต จัดทำโดย สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เพื่อนำไปใช้อบรมเผยแพร่แก่ครู ผู้ปกครอง และเยาวชนต่อไป หากทุกฝ่ายร่วมกันเตรียมพร้อมหาทางรับมือ เชื่อว่าทุกปัญหาบนโลกออนไลน์ย่อมมีทางออกเสมอ...

ที่มา ไทยรัฐ

 
เกี่ยวกับผู้เขียน


  • หมวด: แบ่งปันประสบการณ์ / เล่าสู่กันฟัง
  • วันที่โพส: 15 สิงหาคม 2552
  • ผู้เขียน: somkid
  • โพส: 867 รายการ
  • อ่าน: 1615 ครั้ง


  •    ...สังคมไทย เริ่มต้นที่การให้ การแบ่งปัน โอกาส คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับโอกาสเท่าเทียมกัน...