หน้าหลัก TSN
เมนูลัด
PARENTS
บทความทั้งหมด
สำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครอง
แบ่งปันประสบการณ์/เล่าสู่กันฟัง
KIDS
นิทานสำหรับเด็ก
นิทานหนูเขียนเอง
เรื่องน่ารู้สำหรับเด็ก
TEACHERS
บทความสำหรับครู
คุณครูแบ่งปันประสบการณ์
“ยาเสพติด” พิษร้ายทำลายสังคม
อัพเดตภาพกิจกรรมใหม่ๆ ของมูลนิธิฯ ที่เมนูกิจกรรม อัพเดตคู่มือ สื่อประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิที่เมนูดาวน์โหลด


“ยาเสพติด” พิษร้ายทำลายสังคม

  

คำสั้น ๆ ป้องกันได้ แค่ 'ไม่' ก็รอด
 
          เป็นเวลา 20 ปีมาแล้วที่วันที่ “26 มิ.ย.” ถูกกำหนดให้เป็น “วันต่อต้านยาเสพติดโลก” โดยเป็นการกำหนดหรือการประกาศตามมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ตั้งแต่ 26 มิ.ย. 2531 เป็นต้นมา ซึ่งสำหรับประเทศไทยเราก็ถือเอาวันที่ 26 มิ.ย. เป็นวันสำคัญในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือภาคเอกชน เช่น โครงการ “จัสท์ เซย์ โน (JUST SAY NO)” โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ใช้ศิลปินนักร้องเป็นต้นแบบรณรงค์กับเยาวชนไทย และโดยอีกหลายองค์กร หลายฝ่าย
 
          วันนี้...ยาเสพติดยังคงเป็นผีร้ายทำลายสังคมไทย...
 
          วันนี้...คนไทยยังต้องร่วมแรงร่วมใจสู้ภัยยาเสพติด...
 
          วันนี้...แม้ติดยาเสพติดแล้วก็ไม่สายไปที่จะเลิกมัน !!
 
          ทั้งนี้ นอกจากการจับกุม ปราบปราม ป้องปราม โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ในส่วนของประชาชนทั่วไปนอกจากการร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันคนในครอบครัว แจ้งเบาะแสแก่รัฐ หากตนเองหรือคนในครอบครัว คนใกล้ตัว พลาดพลั้งติดไปแล้ว การกลับตัวกลับใจ “เลิกยาเสพติด” ให้ได้ ก็ถือเป็นการร่วมต้านยาเสพติดรูปแบบหนึ่ง ที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง คนใกล้ตัว ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ โดยสังคมรอบตัวผู้ที่ทำได้ก็ต้องให้โอกาส
 
          และหากจะว่ากันถึงคนที่ติดยาเสพติดแล้ว ซึ่งก็เป็นกลุ่มที่ไม่ควรมองข้าม กับครอบครัวนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุถึง “การสังเกต” สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ว่า “ติดยาเสพติดหรือไม่ ?”
 
          อาทิ... ใช้เงินสิ้นเปลือง โดยใช้เงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภายในไม่เกิน 1 ปี ซึ่งผู้ปกครองสามารถตรวจสอบหรือควบคุมการใช้เงินของเด็กได้, อุปกรณ์การเสพ ในการติดยาเสพติดบางชนิดอาจพบบุหรี่ที่มีรอยยับ และ มักจะเก็บไว้ต่างหาก หรืออาจจะพบกระดาษฟอยล์ ไฟแช็ก และหลอด, โกหก เด็กจะเริ่มโกหกจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เสพยาในห้องน้ำนานแต่โกหกว่าท้องผูก เป็นต้น จนกระทั่งเรื่องที่โกหกจะมีความสำคัญมากขึ้น เช่น โกหกว่าเครื่องประดับหาย หรือโรงเรียนบังคับให้ซื้อเครื่องมือที่ราคาแพง ๆ เป็นต้น
 
          ลักขโมย, เกียจคร้าน-ไม่รับผิดชอบ หลังเสพยาเสพติดแล้วผู้เสพจะมีอาการเมายา ทำให้ลดความตั้งใจและลดพฤติกรรมต่าง ๆ ลง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว, ร่างกายไม่แข็งแรง ผอมแห้งแรงน้อย ไม่อยากทานอาหารเพราะอยู่ในอาการเมายา หรือต้องการเก็บเงินไว้ซื้อยาเสพติด, ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สกปรก อารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย เอาแต่ใจตัวเอง, เก็บตัว ไม่สุงสิงกับคนอื่น ไม่รับรู้ปัญหาภายในบ้าน, ติดต่อกับคนแปลกหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกที่เสพยาเสพติดเหมือนกัน
 
          ถ้าพบว่าเยาวชนในครอบครัวมีลักษณะสัมพันธ์กับหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง หรือหลายหัวข้อ ดังที่ว่ามา ก็ควรจะตรวจสอบโดยละเอียดทันที เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า “ติดยาเสพติด !!”
 
          สิ่งที่สำคัญในการที่คนในครอบครัว-พ่อแม่ผู้ปกครอง จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัว-บุตรหลาน “หลุดพ้นจากวังวนยาเสพติด” คือจะต้องมีความหนักแน่น มีเหตุผล อยู่บนพื้นฐานความรักและความเข้าใจ เพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไข “บำบัดรักษา” ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามใหญ่โต รุนแรงร้ายแรง จนยากที่จะพลิกฟื้น
 
          ทั้งนี้ กับการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดนั้น ปัจจุบันในไทยแบ่งได้เป็น 3 ระบบคือ ระบบสมัครใจ ผู้ติดยาเสพติดสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลต่าง ๆ, ระบบบังคับ การใช้กฎหมายบังคับให้ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534 และ ระบบต้องโทษ ผู้ติดยาเสพติดถูกจับกุมคุมขังจะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาภายใต้กฎข้อบังคับของกฎหมาย เช่น ทัณฑสถานบำบัดพิเศษต่าง ๆ ของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย กรมคุมประพฤติ และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สังกัดศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กระทรวงยุติธรรม
 
          แม้จะถึงขั้นถูกจับกุมคุมขัง แต่ถ้า “เลิกยาเสพติดได้เด็ดขาดทั้งกาย-ใจ มุ่งมั่นกลับใจ-กลับตัวเป็นคนดี ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้” เคยติดยาเสพติดก็สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมได้ !!
 
          “...ตอนนั้นเกเร และไปคบเพื่อนไม่ดีด้วย พอเสพแล้วก็เริ่มหันมาขาย ขายยาบ้าตั้งแต่อายุ 14 เพราะอยากได้เงินมาซื้อยาเสพ เห็นคนอื่น ๆ ขายได้ ก็เลยเอาด้วย จนมาคิดอะไร ๆ ได้ มารู้สึกจริง ๆ ก็ตอนที่ต้องเข้าอยู่ในคุกนั่นแหละ รู้ว่า อิสรภาพแม้มันไม่มีราคา แต่มันมีค่ามากที่สุด ก็อยากบอกกับคนอื่น ๆ ว่าอย่าทำ ถ้าทำก็ยังถอนตัวทัน ยาเสพติดมันเป็นสิ่งไม่ดีเลย มันทำให้เรากลายเป็นคนไร้ค่า ถ้ายุ่งกับมัน...”
 
          ...นี่เป็นคำกล่าวของ “ศิริพร ทวีสุข” ผู้ที่เคยผิดพลาดในชีวิตเพราะยาเสพติด ถูกจับพร้อมยาบ้า 2,000 เม็ด ตั้งแต่อายุ 16 ปี ศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่เมื่อคิดได้-กลับตัวกลับใจได้ สังคมก็ ให้โอกาส จนวันนี้เธอกลายเป็น “แซมซั่น ส.สิริพร แชมป์โลกมวยสากลหญิง” ชื่อดังไปทั่วโลก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่าง-กรณีศึกษา ทั้งในด้านลบเพราะยาเสพติด และในด้านบวกที่ไม่ยอมให้ยาเสพติดสิงในชีวิต ไปตลอด
 
          “ยาเสพติด” มันไม่ดีจริง ๆ ไม่ว่าจะกับใคร...ต้องช่วยกันต้าน
 
         หากพลาดไปแล้ววันนี้ก็ยังไม่สาย...เลิกเสพ-เลิกขายก็ยังทัน
 
          และถ้าไม่เคยให้มันเข้าใกล้-ไม่เคยเข้าใกล้มัน...ยิ่งต้านง่าย
 
          แค่...จัสท์ เซย์ โน “ไม่...คำเดียว ถ้าเป็นยาเสพติด !!”.
 
 
 
 
 
 
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
เกี่ยวกับผู้เขียน


  • หมวด: แบ่งปันประสบการณ์ / เล่าสู่กันฟัง
  • วันที่โพส: 28 มิถุนายน 2551
  • ผู้เขียน: somkid
  • โพส: 867 รายการ
  • อ่าน: 4953 ครั้ง


  •    ...สังคมไทย เริ่มต้นที่การให้ การแบ่งปัน โอกาส คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับโอกาสเท่าเทียมกัน...